loading...
ตร.คุมตัว “บรรยิน” ขออำนาจศาลฝากขัง เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาชี้เป็นขบวนการดิสเครดิต - Thai Hot News
ข่าวไทย

ตร.คุมตัว “บรรยิน” ขออำนาจศาลฝากขัง เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาชี้เป็นขบวนการดิสเครดิต

กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามนำหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ที่ จ.401/59 ลงวันที่ 27 มิ.ย. 2559 เข้าจับกุมตัว พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีต ส.ส.นครสวรรค์ ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์ อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาความผิดอื่นที่ได้กระทำไว้ จากกรณีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อายุ 50 ปี นักธุรกิจรับหมาก่อสร้างหมื่นล้าน ที่เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ในอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่มีพ.ต.ท.บรรยิน เป็นคนขับขี่รถคันที่เกิด โดยจับกุมที่ทาวน์ สแควร์ สวีท รีสอร์ท เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พร้อมน.ส.อุรชา วชิรกุลฑล หรือป้อนข้าว อายุ 26 ปี อดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท หลักทรัพย์เออีซี จำกัด (มหาชน) และพริตตี้บริษัทรถยนต์ชื่อดัง โดยตร.เตรียมนำตัวนายบรรยินขออำนาจศาลฝากขัง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น


ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 29 มิ.ย. ที่กองปราบปราม เจ้าหน้าที่ กก.ปพ.บก.ป.จำนวนกว่า 20 นาย คุมตัว พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีต ส.ส.นครสวรรค์ ผู้ต้องหาคดีฆ่านายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน ไปนำตัวส่งฝากขังผัดแรกที่ ศาลจังหวัดพระโขนง ทั้งนี้ระหว่างที่คุม พ.ต.ท.บรรยิน ได้เปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวสักถามถึงกรณีดังกล่าวทั้งหมดที่เกิดขึ้น โดยมี บุตรสาวของพ.ต.ท.บรรยิน มาคอยให้กำลังใจผู้เป็นพ่อด้วย

พ.ต.ท.บรรยิน เปิดเผยว่า วันนี้ตนขออนุญาตพูดในกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้น โดยเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมา ทางฝ่ายของนางศิริรัตน์ แซ่ตั๊ง ภรรยาของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง ผู้เสียชีวิต และญาติ ได้ออกมาแถลงข่าวครบรอบ 1 ปี โดยที่นางวันเพ็ญ ธนธรรมศิริ พี่สาวของนายชูวงษ์ กล่าวอ้างว่า มีการไปยิงปืนข่มขู่ ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าใครเป็นคนไปยิง แล้วทำไมไม่ดำเนินการตรวจสอบให้แน่ชัดว่าใครเป็นคนทำ พูดเหมือนว่าพวกผมเป็นคนไปข่มขู่

พ.ต.ท.บรรบิน กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องต่อมา คือภายหลังจากวันที่ 26 มิ.ย. กองปราบไปขออำนาจศาลออกหมายจับที่ศาลจังหวัดพระโขนง โดยที่ตนเองไม่ทราบ แล้วตนก็ไม่เคยได้รับหมายเรียกจากทางพนักงานสอบสวนมาแจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด ซึ่งหากมองดูแล้วน่าจะเป็นเรื่องบังเอิญอยู่เหมือนกันว่า ทำไมดำเนินการสอบสวนมาครบ 1 ปี แล้วแต่เจ้าหน้าที่เพิ่งมาได้พยานหลักฐาน ในวันที่ไล่เลี่ยกันขนาดนี้ ตนดูแล้วมันน่าจะเป็นกระบวนการที่ต้องการทำให้เป็นเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น

อีกทั้งก่อนหน้าจะถูกจับกุมตนเดินทางไปที่เขาใหญ่ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. เพื่อไปตีกอล์ฟกับกลุ่มเพื่อน โดยไปกันประมาณ 10 คน แต่สื่อกับไปลงข่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่กองปราบไปพบตนกับน.ส.อุรชา วชิรกุลฑล หรือป้อนข้าว อดีตโบรกเกอร์สาวคนสนิท และผู้ต้องหาคดีโอนหุ้นของนายชูวงษ์ เพียงสองคน ซึ่งจริงๆ แล้วขณะที่จับกุม ก็ยังเห็นเพื่อนตนยืนอยู่ด้วย ทำไมไม่บกว่าเจอตนพร้อมกับพวกด้วย จึงอยากขอยืนยันว่า ที่ตนไปกันในวันนั้น ไม่ได้ไปกันเพียง 2 คน แต่ไปกัน 10 คน และไม่ได้เตรียมการหลบหนีอะไร เพราะว่าไปตีกอล์ฟและไปสังสรรค์กัน และน.ส.อุรชา ก็รู้จักกันเพราะตอนนี้เหมือนกับลงเรือลำเดียวกัน เป็นผู้ต้องหาเหมือนกัน จึงเป็นไปได้ว่านี่คือขบวนการที่ต้องการดิสเครดิตตน และต้องการทำให้เห็นว่าตนใช้อิทธิพลไปข่มขู่และพยายามที่จะหลบหนี

อดีตรมช.พาณิชย์ กล่าวอีกว่า ภายหลังจากพนักงานสอบสวนเบื้องต้นเสร็จตนประสงค์ที่จะไปให้การในชั้นศาลต่อ แต่พนักงานสอบสวนกลับบอกว่า ต้องการสอบสวนเพิ่มเติมจึงทำให้ไม่สามารถส่งตัวฝากขังต่อศาลเมื่อเย็นวานนี้ทัน แต่หลังจากที่พูดคุยกันจบนั้น ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงเช้านี้ก็ยังไม่มีการสอบสวนเพิ่มเติมแต่อย่างใด จึงอยากเรียนกับสื่อมวลชนว่า วันนี้ตนได้รับความเป็นธรรมใดๆ หรือไม่และอยากฝากไปถึงภรรยานายชูวงษ์อีกด้วย เห็นเมื่อวานมีการกล่าวถึงตนว่า ทำไมใจร้ายจังทำได้ยังไง จึงอยากจะถามกลับว่า การที่คิดว่าตนนั้นฆ่านายชูวงษ์ เพียงเพื่อหวังผลประโยชน์เพียงแค่ 2-3 ร้อยล้าน ทั้งๆ ที่ตนและนายชูวงษ์เป็นเพื่อนรักกัน แต่กลับการที่ตนและครอบครัวนายชูวงษ์ทำธุรกิจเป็นหุ้นส่วนกันที่ จ.นครสวรรค์ มูลค่าเป็นพันล้านบาท แต่ทำไมไม่เคยออกมาเปิดเผยว่า ตนใส่ชื่อนางศิริรัตน์ ภรรยาของนายชูวงษ์เพียงคนเดียว อีกทั้งคดีดังกล่าวพนักงานสอบสวน สน.อุดมสุขและแพทย์นิติเวช ได้ตรวจหาหลักฐานมาเป็นปีแล้ว แต่วันนี้เพิ่งจะมามีหลักฐาน ตนจึงอยากจะรู้ว่าหลักฐานนั้นคืออะไร และเพิ่มมาเจอหลังจากครบรอบวันตายหลังจากที่ญาติออกมาแถลงข่าว

พ.ต.ท.บรรยิน กล่าวต่ออีกว่า ส่วนกรณีของน.ส.อุรชา นั้นตนได้รู้จักกันมาตั้งนานแล้ว ไม่ได้เพิ่งรู้จักกัน และอีกอย่างตนอยากท้าให้ไปสาบานที่วัดพระแก้วด้วยกัน ทั้งภรรยานายชูวงษ์และพี่สาว ว่าสิ่งที่ทั้งสองคนเคยพูดว่า นายชูวงษ์ไม่เคยมีใครเลย ตนขอท้าและไม่ใช่เฉพาะแค่น.ส.อุรชา คนอื่นเค้าก็รู้จักพี่สาวของนายชูวงษ์ รู้ดีในเรื่องนี้ และตนเองก็ขอยืนยันว่าตนกับน.ส.อุรชานั้น เพียงแค่รู้จักกันแต่ไม่มีความสันพันธ์ใดๆ ต่อกันทั้งสิ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพ.ต.ท.บรรยิน เปิดเผยความในใจเป็นครั้งแรกตั้งแต่ถูกจับกุม ทางเจ้าหน้าที่จึงนำตัวพ.ต.ท.บรรยินไปฟ้องฝากขังต่อไป

แหล่ง: www.khaosod.co.th
ขับเคลื่อนโดย Blogger.