loading...
“พงศพัศ” แถลงจับ 2 โจ๋ยิงคู่อริบนรถเมล์สาย 131 เผยแค้นที่ถูกด่า-ชูนิ้วให้ของลับ - Thai Hot News
ข่าวไทย

“พงศพัศ” แถลงจับ 2 โจ๋ยิงคู่อริบนรถเมล์สาย 131 เผยแค้นที่ถูกด่า-ชูนิ้วให้ของลับ



เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 30 มิ.ย. ที่สน.มีนบุรี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.น. 3 พ.ต.อ.ถนัด นักธรรม ผกก.สน.มีนบุรี พ.ต.อ.สินชัย นิ่มปุญญกำพงศ์ ผกก.สส.บก.น.3 พ.ต.ท.สุรพล ก้อมน้อย รองผกก.สส.สน.มีนบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสน.มีนบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจกก.สส.บก.น.3 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายณัฐพงษ์ หรือบอย สังข์ทอง อายุ 20 ปี ชาว กทม. และนายภควัต หรือเป้ ตั๋นมา อายุ 20 ปี ชาวกทม. พร้อมของกลางอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ลูกซองสั้นจำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 4 นัด รถจักรยานยนต์ยี่ฮ้อฮอนด้าเวฟ สีดำ จำนวน 1 คัน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เสื้อผ้าที่ใส่ในวันก่อเหตุ ก่อนควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณฝั่งตรงข้ามตลาดนัดจตุจักร2 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กทม.

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. เวลาประมาณ 18.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.มีนบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ใช้อาวุธปืนยิงไปบนรถประจำทางสาย 131 เหตุเกิดบริเวณหน้าจตุจักร ถ.สีหบุรานุกิจ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กทม. เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 คน จากการสืบสวนทราบว่า นายบอยและนายเป้ เป็นผู้ก่อเหตุ จึงได้ออกติดตามกดดัน จนผู้ปกครองนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนมามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ ซึ่งในวันเกิดเหตุนายบอยรับว่าเป็นคนนั่งซ้อนท้ายรถ โดยมีนายเป้เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนน จนมาพบกับผู้ได้รับบาดเจ็บ และมีการตะโกน ชูของลับให้กัน จึงได้ขับรถจักรยานยนต์ติดตามไป ก่อนที่นายบอยจะใช้อาวุธปืนยิงใส่เข้ากลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บ ภายในรถโดยสารประจำทางสาย 131 แล้วขับหลบหนีไป


พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีมีความกังวลใจอยู่ตลอด และมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติลงไปดูแล การกระทำของนักเรียนนักศึกษาก่อให้เกิดความไม่มั่นใจไม่มั่นคงทำให้เกิดอันตรายกับบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่โดยสารรถประจำทางหรือนั่งอยู่บริเวณป้ายรถประจำทาง เกิดเหตุขึ้นเมื่อไร ก็ต้องมีผู้สูญเสียทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิต บางคนก็ไม่รู้เรื่องด้วยเป็นเพียงพี่น้องประชาชนทั่วไป โดยนายกรัฐมนตรีได้ใช้ประกาศคสช.ออกมาเป็นคำสั่ง เพื่อวางมาตรการดูแลไม่ให้มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้น ไม่อยากให้สังคมได้รับผลกระทบกับนักเรียนทะเลาะกัน คำสั่งที่ออกมาจะครอบคลุมหมดเลยทั้งตัวผู้กระทำผิด ผู้ปกครอง สถานศึกษา ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จะเห็นเป็นมิติภาพรวมเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ จะต้องออกหมาเรียกบุคคลที่มีความเชื่อมโยงตามที่ผู้ก่อเหตุกล่าวอ้างว่ามีการปลูกฝังวัฒนธรรมผิดๆ นี้มาด้วย รวมทั้งขอให้ผู้ที่ขายปืนให้ผู้ก่อเหตุเข้ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ด้วย

พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวต่อว่า ในส่วนของผู้ต้องหาได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นซึ่งจะต้องดำเนินการต่อไป อีกส่วนหนึ่งพนักงานสอบสวนจะทำหนังสือเรียกผู้ปกครอง ซึ่งวันนี้แม่ของนายบอย และยายของนายเป้ เจ้าหน้าที่ได้เรียกมาสอบปากคำ ว่าได้ดูแลบุตรหลานอย่างไรบ้าง ปล่อยปละละเลยหรือไม่ รู้หรือไม่รู้ หากหลักฐานปรากฎชี้ชัดว่า ผู้ปกครองรู้เห็นเป็นใจไม่มีการตักเตือน ผู้ปกครองก็จะต้องถูกดำเนินคดีด้วย คดีนี้ถือเป็นคดีแรกที่ดำเนินการตามประกาศของคสช. ร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการตามคำสั่งเพื่อป้องกัน และบูรณาการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า สำหรับมาตรการในการป้องกันตนได้สั่งการให้ทุกโรงพักลงพื้นที่ไปสำรวจนักเรียนนักเลงพร้อมทำประวัติ ต่อมาจะทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังสถานศึกษา ครู อาจารย์รวมทั้งผู้ปกครองให้ช่วยกันดูแลและตักเตือน นอกจากนี้เชิงรุกก็ได้ตั้งจุดตรวจจุดสะกัด รวมถึงการเข้าตรวจค้นโรงงาน โรงกลึง แห่งที่จะสามารถผลิตอาวุธให้นักเรียนนักเลงเหล่านี้ และยังต้องทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อลดความหวาดระแวงระหว่างนักเรียนให้สิ่งเหล่านี้หมดไป

ด้านนายชาญเวช บุญประเดิม รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า หลังมีคำสั่งคสช. ที่ 30/2559 ก็ได้เรียกประชุมผู้บริหารสถานในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครมาประชุม ทำความเข้าใจ ให้ไปประชุมคณะครู ก่อนเรียกผู้ปกครองมาประชุมร่วมกัน ซึ่งหลังมีคำสั่งออกมาก็ได้ดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว ต่อไปผู้ปกครอง สถานศึกษา นักเรียน ตำรวจจะต้องช่วยกันเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ ส่วนกรณีที่สถานศึกษาใดก็ตามไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ ก็จะมีมาตรการให้สถานศึกษานั้นยุติการรับนักศึกษา เชื่อมั่นว่า 2 คดีนี้จะเป็น 2 คดีสุดท้าย เหตุการณ์นี้คงไม่เกิดขึ้นอีก สิ่งสำคัญคือผู้ปกครองมาร่วมรับรู้ และช่วยเตือนบุตรหลานให้กระทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพราะไม่อยากให้เกิดความสูญเสียขึ้นอีก

นายบอย กล่าวว่า “ตนรู้สึกผิด อยากขอโทษแม่ อยากให้กรณีของตนเป็นกรณีตัวอย่างให้นักเรียนพยายามประพฤติตัวให้ดี อย่าทำเหมือนผม ปืนที่ตนใช้ซื้อต่อมาราคา 5,000 บาท สาเหตุที่ก่อเหตุเพราะฝ่ายตรงข้ามชูของลับให้ และท้าทายกัน”

เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แหล่ง: www.khaosod.co.th
ขับเคลื่อนโดย Blogger.