สอบแอพฯ วีเจ ส่อ"ฉ้อโกง" หนุ่มฉกเงินแม่ พบตร.-ให้การ
ตร.ปอท. เตรียมสอบแอพฯไอโชว์ เข้าข่ายหลอกลวงหรือไม่ หลังแม่-ลูกเข้าให้ข้อมูล กรณีสูญเงินกว่า 1.2 ล้านบาท โดยอ้างเอาไปซื้อไอเท็มให้วีเจ พบเปิดช่องให้มอบของรางวัลและไอเท็มต่างๆ เป็นมูลค่าสูง ขณะที่หนุ่มที่เอาเงินของแม่ไปให้สาว ระบุยังรักและเป็นห่วงวีเจ.สาว ไม่อยากให้เครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 ก.ค. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นางสิริการย์ ศิรสิทธิ์ดำรงกิจ อายุ 53 ปี พร้อมด้วยนายระพีพัชร ศิรสิทธิ์ดำรงกิจ อายุ 28 ปี มารดาและลูกชาย เดินทางเข้าให้ข้อมูลกับพ.ต.อ.สยาม บุญสม รอง ผบก.บก.ปอท. และพ.ต.ท.วัชรพันธ์ ศิริพากย์ รอง ผกก.2 บก.ปอท. เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแอพพลิเคชั่นไอโชว์ (iShow) ว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือเป็นช่องทางในการกระทำความผิดหรือไม่
นาง สิริการย์กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีลูกชายของตนนั้นเล่นแอพพลิเคชั่นไอโชว์ (iShow) จนได้รู้จักกับวีเจ.ที่ชื่อโฟร์ ซึ่งเป็นข่าวในขณะนี้ ซึ่งการเล่นแอพพลิเคชั่น ดังกล่าวจะมีของมอบรางวัลและมีการซื้อ ไอเท็มต่างๆ ที่จะต้องให้ลูกชายตนโอนเงินไปซื้อจำนวนมาก จึงคิดว่าอาจจะเป็นการหลอกลวงและเกรงว่าพี่น้องประชาชนจะ ถูกหลอก
ด้าน นายระพีพัชรเปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมาเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับแอพฯดังกล่าวมีวิธีการเล่นอย่างไร ซึ่งตนรู้จักแอพฯนี้เมื่อประมาณปลายปี "58 ที่ผ่านมา และลองเข้าไปพูดคุยกับวีเจ.หลายๆ คนด้วยวิธีการเติมเงินเข้าระบบ จากนั้นช่วงเดือนมี.ค. เริ่มมีการพูดคุยกับวีเจ.โฟร์ จึงได้ส่งของขวัญเพื่อเป็นกำลังใจให้เรื่อยๆ รวมทั้งส่งเงินสดให้บ้าง กระทั่งเดือนพ.ค.59 ได้คบหาดูใจกับ วีเจ.โฟร์ และตนก็ไม่ได้เล่นแอพฯดังกล่าวอีกเลย ก่อนย้ายไปอยู่ด้วยกันที่จ.ชลบุรี สุดท้ายก็มีปัญหาเกิดขึ้นกับทางบ้าน
"เมื่อเริ่มมีปัญหาเกิด ขึ้น ผมทะเลาะกับทางบ้านและแม่ได้มีการแจ้งความที่สภ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ทำให้ผมต้องกลับบ้านไป ทั้งนี้ ผมไม่ได้ทะเลาะกับวีเจ.โฟร์ แต่ได้หยุดพูดคุยกันเพื่อให้ผมกลับมาเคลียร์ปัญหากับทางบ้านก่อน แต่สุดท้ายถูกแม่ทำทัณฑ์บน 7 วัน ห้ามยุ่งเกี่ยวกับวีเจ.โฟร์อีก อย่างไรก็ตาม ผมยังรักและเป็นห่วงวีเจ.โฟร์อยู่ไม่อยากให้เครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น" นายระพีพัชรกล่าว
พ.ต.อ.สยามกล่าวว่า เจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบก่อนว่าแอพพลิเคชั่นไอโชว์ (iShow) มีวิธีการเล่นอย่างไร มีการนำภาพลามกอนาจารเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หรือมีความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์หรือไม่ หรืออาจจะมีผู้ที่ใช้เป็นช่องทางในการหลอกลวงผู้อื่นหรือไม่ ซึ่งอาจจะเข้าข่ายการฉ้อโกงได้ ทั้งนี้ ต้องสอบสวนนายระพีพัชรด้วยว่า ลักษณะการเล่นแอพฯดังกล่าว หรือการพูดคุยในแอพฯเข้าข่ายหลอกลวงหรือไม่ หากพบว่าอาจจะเข้าข่ายว่ามีความผิดก็จะเชิญบริษัทมาให้ข้อมูลโดยละเอียดอีก ครั้ง นอกจากนี้ แอพพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์ต่างๆ ล้วนเป็นเพียงแค่ช่องทางเท่านั้น หากผู้ที่นำไปใช้ในทางที่ผิดก็จะเป็นโทษและเกิดความผิด แต่ถ้าใช้ในทางที่ถูกก็จะเกิดประโยชน์เช่นกัน
แหล่ง: www.khaosod.co.th
