มะเร็งตับคร่า ดอน จมูกบาน สิ้นตลกดังวัย69 หลังสู้โรคมา5ปี
มะเร็งตับคร่า "ดอน จมูกบาน" ตลกชื่อดัง หลังต่อสู้มานาน 5 ปีก่อนเสียชีวิตตลกรุ่นใหญ่ ถูกหามเข้าห้อง ไอซียูด้วยอาการเกล็ดเลือดต่ำ ก่อนอาการจะกระเตื้องขึ้น เพื่อนร่วมวงการแห่เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมจัดแสดงคอนเสิร์ตหาเงินช่วยเหลือ กระทั่งปลายเดือนมิ.ย. หมอให้กลับบ้านได้ แต่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาก็ต้องพาเข้ารักษาตัวอีกครั้งเพราะอาการกำเริบไม่รู้สึกตัว แพทย์ทำได้เพียงรักษาแบบประคองอาการ กระทั่งเสียชีวิตในที่สุด
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 2 ก.ค. นายเล็ก เพียรเกตวิทย์ หรือ ดอน จมูกบาน ดาราตลกชื่อดังเสียชีวิตอย่างสงบ ด้วยวัย 69 ปี ที่ห้อง 806 ร.พ.บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังจากเข้ารักษาตัวอาการป่วยโรคมะเร็งตับระยะสุดท้าย หลังจากต่อสู้กับโรคร้ายดังกล่าวมานานถึง 5 ปี โดยนายธนดล เพียรเกตวิทย์ บุตรชายและครอบครัว เตรียมเคลื่อนศพ จากโรงพยาบาลในเวลา 13.00 น. วันที่ 3 ก.ค. ไปตั้งสวดอภิธรรมที่วัดบางพลีใหญ่ใน ศาลา 9 โดยมีพิธีรดน้ำศพในเวลา 16.00 น. ส่วนระยะเวลาตั้งสวดอภิธรรมต้องรอปรึกษาทางญาติก่อน คาดว่าน่าจะประมาณ 5 คืน
สำหรับประวัติ "ดอน จมูกบาน" เริ่มต้นชีวิตศิลปินตลกกับคณะสี่สลึงในชื่อ "จวง ดวงดี" โดยร่วมคณะกับป้อง ปัตตานี (ดี๋ ดอกมะดัน) และอ๊อด (ดู๋ ดอกกระโดน) ต่อมาดี๋และดู๋ไปร่วมงานกับ เด่น ดอกประดู่ และเด๋อ ดอกสะเดา ในชื่อคณะ "เด่นเด๋อดู๋ดี๋" เมื่อเด่นแยกตัวออกไป ดู๋กับดี๋จึงชวนดอนมาร่วมวงพร้อมกับสีแดง จนกลายเป็นคณะ "เด๋อดู๋ดี๋ดอนแดง" ซึ่งมีชื่อเสียงมากในสมัยนั้นถึงขนาดออกเทปคาสเส็ตบันทึกเสียงการแสดงตลกขายและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
ต่อมาสมาชิกต่างแยกย้ายกันออกไปตั้งคณะตลกเอง โดยดี๋และดอนออกไปตั้งคณะ "ซุปเปอร์โจ๊ก" ร่วมกับ "จุ๋มจิ๋ม เข็มเล็ก" ก่อนจะแยกตัวออกมาตั้งคณะตลกของตนเองในชื่อคณะ "ดอน จมูกบาน" กระทั่งกระแสตลกคาเฟ่เริ่มซบเซาจึงเริ่มห่างหายจากวงการไป
"ดอน จมูกบาน" กลับมาเป็นข่าวอีกครั้งเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็งตับระยะสุดท้ายขั้นรุนแรงจนต้องหามส่งเข้ารักษาภายในห้อง ไอซียู ร.พ.บางพลี เป็นการเร่งด่วน เนื่องจากเกล็ดเลือดต่ำ เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีเพื่อนร่วมวงการไปเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมจัดแสดงคอนเสิร์ตเพื่อหาเงินช่วยเหลือค่ารักษา หลังนอนอยู่ห้องไอซียูหลายวันอาการเริ่มดีขึ้นจนแพทย์ให้ไปนอนพักรักษาตัวที่ห้องธรรมดา กระทั่งแพทย์ให้กลับบ้านได้ เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา
แต่หลังกลับไปบ้านพักได้ไม่กี่ชั่วโมงช่วงบ่ายวันเดียวกันต้องพาส่งโรงพยาบาลอีกครั้ง เพราะดอนไม่มีแรง และมีอาการสมองเบลอ จำใครไม่ได้ ตาค้าง มองไปทางขวาเพียงข้างเดียว เป็นผลมาจากอาการตับแข็ง ไม่มีการขับของเสียออกมา กระทั่งได้นอนหลับไป ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ต้องให้อาหารผ่านสายยาง แต่การหายใจและความดันยังเป็นปกติ แพทย์ทำได้เพียงรักษาแบบประคองอาการ กระทั่งเสียชีวิตในที่สุด
แหล่ง: www.khaosod.co.th
